HPS Trade, a distribution agent
that accelerates business locally in Asia

MENUCLOSE

column

Maersk กลับมาใช้คลองสุเอซอีกครั้ง เดิมพันคุณภาพบริการท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

Maersk กลับมาใช้คลองสุเอซอีกครั้ง เดิมพันคุณภาพบริการท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ | イーノさんのロジラジ

อุตสาหกรรมเดินเรือคอนเทนเนอร์โลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ Maersk ตัดสินใจกลับมาใช้เส้นทางคลองสุเอซ แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย

การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการขนส่งและความน่าเชื่อถือของตารางเดินเรือ มากกว่าการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเพียงอย่างเดียว

Watch the Video Here

Maersk ประกาศกลับมาใช้เส้นทางคลองสุเอซ

Maersk ประกาศปรับเส้นทางบริการคอนเทนเนอร์แบบเดี่ยวของตน ระหว่างอินเดีย ตะวันออกกลาง และชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ MECL ให้กลับมาใช้เส้นทางคลองสุเอซ แทนการอ้อมแหลมกู๊ดโฮป

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่สายเรือรายใหญ่ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการกลับมาใช้คลองสุเอซ หลังจากเกิดวิกฤตความมั่นคงในทะเลแดง

เที่ยวเรือขาไปทางตะวันตกมีเรือ Cornelia Maersk ออกจากท่า Jebel Ali เมื่อวันที่ 15 มกราคม และเที่ยวขากลับมีเรือ Maersk Detroit ออกจากท่า North Charleston เมื่อวันที่ 10 มกราคม โดยทั้งสองลำวางแผนเดินเรือผ่านคลองสุเอซ

เหตุผลหลัก คุณภาพบริการและต้นทุนการเดินเรือ

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ การฟื้นฟูคุณภาพการให้บริการ

การอ้อมแหลมกู๊ดโฮปทำให้ระยะเวลาขนส่งยาวขึ้นอย่างมาก และส่งผลให้ตารางเดินเรือขาดเสถียรภาพ

การกลับมาใช้คลองสุเอซช่วยลดเวลาขนส่ง และทำให้ Maersk สามารถนำเสนอตารางเดินเรือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้าได้

อีกปัจจัยหนึ่งคือ ประสิทธิภาพด้านต้นทุนและการใช้เรือ

การลดระยะทางช่วยประหยัดเชื้อเพลิง เพิ่มอัตราหมุนเวียนของเรือ และปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายโดยรวม

Maersk ได้ทำการทดสอบเดินเรือผ่านคลองสุเอซแล้วสองครั้งในช่วงเดือนธันวาคมและมกราคม และประเมินว่าสถานการณ์ด้านความปลอดภัยอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ในปัจจุบัน

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และผลต่อ Alliance

Maersk มีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับองค์การคลองสุเอซ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจด้านการปฏิบัติการและการประสานงาน

รายงานอุตสาหกรรมยังระบุว่า ความร่วมมือ Gemini ระหว่าง Maersk และ Hapag Lloyd อาจขยายการใช้คลองสุเอซในเส้นทางอินเดีย ตะวันออกกลาง และเมดิเตอร์เรเนียนในอนาคตอันใกล้

การตัดสินใจของ Maersk อาจเป็นสัญญาณนำ แต่ยังไม่ใช่การกลับสู่ภาวะปกติของทั้งอุตสาหกรรม

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่

แม้เหตุผลด้านการดำเนินงานจะชัดเจน แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสูง

สถานการณ์ภายในอิหร่านมีความไม่มั่นคงมากขึ้น และเผชิญแรงกดดันจากประเทศตะวันตก รวมถึงสหรัฐอเมริกา

หากความตึงเครียดทวีความรุนแรง กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อาจกลับมาโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงอีกครั้ง

องค์กรผู้ส่งสินค้าระดับโลกหลายแห่งจึงแสดงความกังวลว่า การกลับมาใช้เส้นทางนี้อาจเร็วเกินไปในมุมมองด้านความปลอดภัย

ผลกระทบต่อตลาดและต้นทุนโลจิสติกส์

หากสายเรือจำนวนมากกลับมาใช้คลองสุเอซ ปริมาณระวางเรือที่มีประสิทธิผลจะเพิ่มขึ้น และอาจกดดันอัตราค่าระวางเรือให้ลดลง

อย่างไรก็ตาม ค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงสงครามในทะเลแดงยังอยู่ในระดับสูง และอาจเพิ่มขึ้นได้ตามสถานการณ์

  • ค่าระวางเรือมีแนวโน้มอ่อนตัวจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น
  • ต้นทุนประกันภัยอาจลดทอนผลประหยัดจากเส้นทางที่สั้นลง
  • ต้นทุนโลจิสติกส์รวมยังไม่แน่นอน

บทสรุป การฟื้นตัวที่เปราะบาง

โดยสรุป การกลับมาใช้คลองสุเอซของ Maersk คือก้าวแรกของการฟื้นฟูประสิทธิภาพการขนส่ง แต่เป็นก้าวที่ยังเปราะบาง

สามารถกล่าวได้ว่าเป็น การฟื้นตัวบนสมมติฐานด้านความมั่นคงที่ยังไม่แน่นอน

ผู้ส่งสินค้าและผู้นำเข้า ควรวางแผนเผื่อความล่าช้า รักษา buffer ของ lead time และติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

ความยืดหยุ่นจะยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ในช่วงเวลานี้

RELATED POSTS