Posted on: January 20, 2026 / Last updated: January 20, 2026
Maersk กลับมาใช้คลองสุเอซอีกครั้ง เดิมพันคุณภาพบริการท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
อุตสาหกรรมเดินเรือคอนเทนเนอร์โลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ Maersk ตัดสินใจกลับมาใช้เส้นทางคลองสุเอซ แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย
การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการขนส่งและความน่าเชื่อถือของตารางเดินเรือ มากกว่าการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเพียงอย่างเดียว
CONTENTS
Watch the Video Here
Maersk ประกาศกลับมาใช้เส้นทางคลองสุเอซ
Maersk ประกาศปรับเส้นทางบริการคอนเทนเนอร์แบบเดี่ยวของตน ระหว่างอินเดีย ตะวันออกกลาง และชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ MECL ให้กลับมาใช้เส้นทางคลองสุเอซ แทนการอ้อมแหลมกู๊ดโฮป
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่สายเรือรายใหญ่ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการกลับมาใช้คลองสุเอซ หลังจากเกิดวิกฤตความมั่นคงในทะเลแดง
เที่ยวเรือขาไปทางตะวันตกมีเรือ Cornelia Maersk ออกจากท่า Jebel Ali เมื่อวันที่ 15 มกราคม และเที่ยวขากลับมีเรือ Maersk Detroit ออกจากท่า North Charleston เมื่อวันที่ 10 มกราคม โดยทั้งสองลำวางแผนเดินเรือผ่านคลองสุเอซ
เหตุผลหลัก คุณภาพบริการและต้นทุนการเดินเรือ
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ การฟื้นฟูคุณภาพการให้บริการ
การอ้อมแหลมกู๊ดโฮปทำให้ระยะเวลาขนส่งยาวขึ้นอย่างมาก และส่งผลให้ตารางเดินเรือขาดเสถียรภาพ
การกลับมาใช้คลองสุเอซช่วยลดเวลาขนส่ง และทำให้ Maersk สามารถนำเสนอตารางเดินเรือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้าได้
อีกปัจจัยหนึ่งคือ ประสิทธิภาพด้านต้นทุนและการใช้เรือ
การลดระยะทางช่วยประหยัดเชื้อเพลิง เพิ่มอัตราหมุนเวียนของเรือ และปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายโดยรวม
Maersk ได้ทำการทดสอบเดินเรือผ่านคลองสุเอซแล้วสองครั้งในช่วงเดือนธันวาคมและมกราคม และประเมินว่าสถานการณ์ด้านความปลอดภัยอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ในปัจจุบัน
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และผลต่อ Alliance
Maersk มีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับองค์การคลองสุเอซ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจด้านการปฏิบัติการและการประสานงาน
รายงานอุตสาหกรรมยังระบุว่า ความร่วมมือ Gemini ระหว่าง Maersk และ Hapag Lloyd อาจขยายการใช้คลองสุเอซในเส้นทางอินเดีย ตะวันออกกลาง และเมดิเตอร์เรเนียนในอนาคตอันใกล้
การตัดสินใจของ Maersk อาจเป็นสัญญาณนำ แต่ยังไม่ใช่การกลับสู่ภาวะปกติของทั้งอุตสาหกรรม
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่
แม้เหตุผลด้านการดำเนินงานจะชัดเจน แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสูง
สถานการณ์ภายในอิหร่านมีความไม่มั่นคงมากขึ้น และเผชิญแรงกดดันจากประเทศตะวันตก รวมถึงสหรัฐอเมริกา
หากความตึงเครียดทวีความรุนแรง กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อาจกลับมาโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงอีกครั้ง
องค์กรผู้ส่งสินค้าระดับโลกหลายแห่งจึงแสดงความกังวลว่า การกลับมาใช้เส้นทางนี้อาจเร็วเกินไปในมุมมองด้านความปลอดภัย
ผลกระทบต่อตลาดและต้นทุนโลจิสติกส์
หากสายเรือจำนวนมากกลับมาใช้คลองสุเอซ ปริมาณระวางเรือที่มีประสิทธิผลจะเพิ่มขึ้น และอาจกดดันอัตราค่าระวางเรือให้ลดลง
อย่างไรก็ตาม ค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงสงครามในทะเลแดงยังอยู่ในระดับสูง และอาจเพิ่มขึ้นได้ตามสถานการณ์
- ค่าระวางเรือมีแนวโน้มอ่อนตัวจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น
- ต้นทุนประกันภัยอาจลดทอนผลประหยัดจากเส้นทางที่สั้นลง
- ต้นทุนโลจิสติกส์รวมยังไม่แน่นอน
บทสรุป การฟื้นตัวที่เปราะบาง
โดยสรุป การกลับมาใช้คลองสุเอซของ Maersk คือก้าวแรกของการฟื้นฟูประสิทธิภาพการขนส่ง แต่เป็นก้าวที่ยังเปราะบาง
สามารถกล่าวได้ว่าเป็น การฟื้นตัวบนสมมติฐานด้านความมั่นคงที่ยังไม่แน่นอน
ผู้ส่งสินค้าและผู้นำเข้า ควรวางแผนเผื่อความล่าช้า รักษา buffer ของ lead time และติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ความยืดหยุ่นจะยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ในช่วงเวลานี้






