Posted on: February 6, 2026 / Last updated: February 6, 2026
NYK ปรับเพิ่มกำไรทั้งปี จากเรือขนรถยนต์แข็งแกร่ง ขณะที่โลจิสติกส์ยังถูกกดดัน
NYK ได้ปรับประมาณการผลประกอบการสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 โดยสะท้อนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละกลุ่มธุรกิจ
แม้ตัวเลขรวมจะถูกปรับเพิ่ม แต่โครงสร้างภายในเผยให้เห็นความแตกต่างระหว่างธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากอุปทานตึงตัว และธุรกิจที่เผชิญตลาดค่าระวางอ่อนตัว
CONTENTS
Watch the Video Here
ธุรกิจเรือขนรถยนต์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ ธุรกิจเรือขนรถยนต์ (PCTC)
ความต้องการขนส่งรถยนต์ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ NYK ปรับเพิ่มประมาณการปริมาณการขนส่งทั้งปี
นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกยังช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุน
การเลื่อนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือเพิ่มเติมในสหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนที่เคยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถูกเลื่อนออกไป
สิ่งนี้ช่วยเสริมเสถียรภาพด้านกำไรของธุรกิจยานยนต์อย่างมีนัยสำคัญ
ธุรกิจโลจิสติกส์ยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง
ในทางกลับกัน ธุรกิจโลจิสติกส์ถูกปรับลดประมาณการ
อัตราค่าระวางเรือทะเลอ่อนตัวลงมากกว่าที่คาด โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสตุลาคมถึงธันวาคม
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลให้ปริมาณสินค้าบริโภคลดลง
- ค่าระวางเรือทะเลอ่อนตัว
- อุปสงค์ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ชะลอตัว
- การแข่งขันด้านราคาสูงในตลาดโลจิสติกส์
ความแตกต่างระหว่างกลุ่มธุรกิจชัดเจนยิ่งขึ้น
สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนว่า ตลาดขนส่งไม่สามารถมองเป็นภาพเดียวได้อีกต่อไป
ขณะที่ธุรกิจเรือขนรถยนต์และพลังงานยังแข็งแกร่ง ธุรกิจโลจิสติกส์กลับได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกโดยตรง
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ช่วยหนุนโลจิสติกส์
NYK ยังคงสมมติฐานว่าเส้นทางคลองสุเอซจะไม่เปิดใช้งานจนถึงสิ้นปีงบประมาณ
แม้การเดินเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮปจะทำให้กำลังการขนส่งตึงตัว แต่ยังไม่สามารถผลักดันค่าระวางให้สูงขึ้นได้เพียงพอ
ข้อจำกัดด้านอุปทานเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะฟื้นกำไรของธุรกิจโลจิสติกส์
มุมมองเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ใช้บริการ
ในระยะถัดไป นโยบายการค้าของสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยชี้ขาด
ผู้ประกอบการควรประเมินความเสี่ยงตามประเภทสินค้าและรูปแบบการขนส่ง มากกว่าการมองภาพรวมตลาด
การปรับประมาณการของ NYK ครั้งนี้สะท้อนโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน






